อะไหล่ทรงคุณค่า ทีมเล็กปาดหน้าคว้าของดี

หลังจากแฟนบอลส่วนใหญ่ไปจับตาดู ตลาดซื้อขายนักเตะ ของทีมบิ๊กๆทั้งหลาย อะไหล่ทรงคุณค่า เป็นที่ต้องการไม่ว่าจะเป็นสโมสรใหญ่ๆในลีกผู้ดี หรือ ลีกอื่นๆก็ตามที

แต่ทีมม้ามืด ซุ่มเงียบ อย่างทีมเล็กๆ ก็เสริมทีมได้อย่างน่าสนใจไม่แพ้กัน โดยบางทีมสอยอะไหล่ตัวเป้ง หรือนักเตะชื่อดัง มาช่วยทีมได้อีกด้วย

โดยล่าสุด ทีมอย่าง เวสบรอมวิช อัลเบี้ยน ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ได้ยืมตัวกองกลางตัวสำรองอย่าง เกอร์เซกอร์ส คริโชเวียค

มาจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 1 ฤดูกาลเต็ม นับว่าถือดีลนี้ได้สร้างความฮือฮาในวงการฟุตบอลได้พอสมควร หลังนักเตะรายนี้ตกเป็นข่าวกับทีมในอังกฤษอย่าง เชลซี ด้วย

แต่สุดท้าย เดอะ แบ็กกี้ส์ เวสต์บรอมวิช ก็ได้ตัวมาครอบครอง ถึงแม้จะเป็นเพียงสัญญายืมตัวก็ตาม แต่นี้ก็นับว่าคุ้มสำหรับทีมไม่น้อย

อะไหล่ทรงคุณค่า ทีมเล็กปาดหน้าคว้าของดี

อะไหล่ทรงคุณค่า เอามาเสริมทีม

โดยกองกลางคนเก่ง ดีกรีทีมชาติโปแลนด์ ย้ายมาร่วมทัพ ปารีสฯ ด้วยค่าตัวกว่า 34 ล้านยูโร จาก เซบีญ่า ทีมดังใน ลาลีกา สเปน

เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่กลับไม่ค่อยได้รับโอกาสได้ลงสนามเท่าที่ควร จึงหาได้ย้ายมาอยู่กับ เดอะ แบ็กกี้ส์ เพื่อโอกาสในการลงสนามและสร้างผลงานได้อย่างต่อเนื่องมายิ่งขึ้น

ส่วนอีกทีมที่จะพูดถึงคือ ทีมจากพรีเมียร์ลีกอีกเช่นกัน นั่นก็คือ สวอนซี ที่ได้นักเตะดีกรีแชมป์ ยูโร 2016และเจ้าของรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำทัวนาเมนต์ด้วย

นั่นก็คือ เรนาโต้ ซานเชส กองกลางจาก บาเยิร์น มิวนิค นั่นเอง โดยดีลนี้เป็นการยืมตัว 1 ฤดูกาลเต็มเช่นเดียวกัน

ต้องบอกว่าก่อนหน้านี้ เรนาโต้ ซานเชส เป็นนักเตะคนหนึ่งที่เนื้อหอมที่สุด ตกเป็นข่าวกับทีมต่างๆไม่เว้นแต่ละวัน

เนื่องจากไม่ได้รับโอกาสมากเท่าไหร่กับยักษ์ใหญ่เมืองเบียร์ จนท้ายที่สุดก็ตกลงสัญญายืมตัวจาก สวอนซี เหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะเคยร่วมงานกับ

พอล คลีเมนท์ กุนซือหงส์ขาวมาแล้ว ในช่วงที่ทำงานเป็นมือขวาของ คาร์โล อันเชล็อตติ ในถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า เมื่อฤดูกาลก่อน และอีกอย่างก็คือเพื่อโอกาสในการลงสนามอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

หลังจากที่พวกเขาได้ อะไหล่ เข้าไปเสริมทัพแล้ว …

เป็ป vs มู เพื่อนรักที่ต้องสู้กันไปอีกนาน

เป็ป vs มู เรียกได้ว่าเกิดมาเพื่อสู้กันโดยเฉพาะ ระหว่าง เป็ป กวาดิโอล่า กับ โชเซ่ มูรินโญ่ ตั้งแต่อยู่ที่สเปน คนหนึ่งคุมทีมอย่าง บาร์เซโลน่า

อีกคนคุมทีมคู่อริอันดับหนึ่งอย่าง เรอัล มาดริด หลังจากนั้นก็พลัดพรากกันได้ไม่กี่ปี สุดท้ายก็กลับมาเจอกันในพรีเมียร์ลีกอีกจนได้

และเป็นการเข้ามาคุมทีมที่เป็นอริกันอีกเช่นเคย คือทีมดังในเมืองแมนเชสเตอร์ คนหนึ่งอยู่ฝั่งสีฟ้า อีกคนอยู่ฝั่งสีแดง

แน่นอนว่าทั้ง 2 คนนั้น เป็นโค้ชที่ได้รับการยอมรับว่า มีฝีมือระดับโลกทั้งคู่ ด้วยบารมีที่สั่งสมมาของแต่ละคน รวมถึงเกียรติประวัติจากถ้วยแชมป์ต่างๆที่พวกเขาทำได้

แน่นอนว่า มูรินโญ่ อาจมีภาษีที่ดีกว่าเล็กน้อยในสมรภูมิอังกฤษ เพราะมีประสบการณ์อย่างโชกโชน กับการคุมเชลซีถึง2ช่วง

ทำให้เขารู้ดีถึงวิธีการพาทีมให้เป็นแชมป์ลีก หลังจากทำสำเร็จมาแล้ว3สมัยกับเชลซี

เป็ป vs มู

 

เป็ป vs มู ลีกไหนก็ต้องบู๊กัน

เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เป็ป ได้เริ่มงานที่เรือใบสีฟ้าเป็นปีแรก และอาจทำผลงานในลีกได้ดีกว่าทางฝั่งแมนฯยูไนเต็ดของ มูรินโญ่ โดยจบที่อันดับ 3 ของตาราง

ส่วนปีศาจแดง ตกไปอยู่อันดับ 6 แต่ที่น่าสนใจคือ เฮียมูสามารถคว้าได้ถึง 3 โทรฟี่ จากการเข้ามาคุมปีศาจแดงในปีแรก ผิดกับ เป็ป ที่ไม่ได้สักใบเดียว

เหตุผลที่ชัดที่สุด น่าจะเป็นเรื่องของประสบการณ์ในการคุมทีมในพรีเมียร์ลีก ของมูรินโญ่ที่มากกว่า เป็ป อยู่หลายขวบปี

อย่างไรก็ตามแต่ ฤดูกาลนี้ผ่านมาแล้ว 3 นัด และ เป็ป ก็ใช้จ่ายเงินไปอย่างมหาศาลเพื่อเสริมทีมในซีซั่นนี้ เพื่อเป้าหมายเดียว

คือกลับมาคว้าแชมป์ให้มากที่สุดให้จงได้ แต่ฟอร์มจาก3นัด แมนฯซิตี้ เก็บไปได้  7 คะแนน และกว่าจะชนะในแต่ละนัดก็เหนื่อยแสนเหนื่อยกว่าจะคว้าชัยได้

ผิดกับอริร่วมเมืองอย่าง แมนฯยูไนเต็ด ที่สอย 9 แต้มเต็ม แถมฟอร์มร้อนแรง ซัดไปถึง10ประตู แถมเก็บคลีนชีทได้ทั้ง 3 นัด ถือเป็นการเปิดตัวที่สวยหรูยิ่งนัก

ถ้านับถึงตอนนี้ที่พรีเมียร์ลีกผ่านสัปดาห์ที่3มาแล้ว และกำลังจะพักเบรกเข้าสู่โหมดทีมชาติ เวลาที่ให้โค้ชจากทีมต่างๆได้กลับไปติวเพิ่มเสริมอาวุธ

ถ้านับ 3 นัดแรก เปรียบสเมือนมวยยกที่ 1 ต้องบอกว่า …

ลอนดอนเหนือ ซวยซ้ำซวยซ้อนทีมแพ้เมืองมีคดีปล้น

ปืนใหญ่ อาร์เซนอล ทีมจาก ลอนดอนเหนือ ดูเหมือนจะเข้าสู่ช่วงวิกฤตอย่างแท้จริง หลังจากดูจะมีแต่เรื่องแย่ๆเข้ามารบกวนเป็นระรอก ไม่ว่าจะเรื่องในสนามและนอกสนาม ผลงานก็ไม่ค่อยดี

จนโดนแฟนบอลตัวเองกดดันอย่างหนัก ด้วยแคมเปญ “เวนเกอร์เอ๊าท์” และล่าสุด ไฮบิวรี่ สโตร์ ร้านค้าประจำสโมสร ถูกโจรกรรมไปในช่วงเช้าของวันที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ลอนดอนเหนือ ซวยซ้ำซวยซ้อนทีมแพ้เมืองมีคดีปล้น

ลอนดอนเหนือ วันที่อะไรๆก็แย่ไปหมดของอาร์เซนอล

ช่วงนี้ดูแล้วโชคชะตาจะไม่ค่อยเข้าข้างทาง อาร์เซนอล เท่าไหร่ ไม่ว่าจะเรื่องของผลงาน หรือเรื่องล่าสุดอย่างถูกปล้นร้านค้าประจำสโมสร

โดยตามข่าวนั้น รายงานว่า ขโมยเข้าไปในร้าน และกวาดสินค้าต่างๆออกไปจำนวนมาก  แต่ยังดีที่ไม่เกิดเหตุอันตรายหรือมีใครได้รับบาดเจ็บ

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศอันมาคุในแถบ ลอนดอนเหนือ ยังคงอึมครึมอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดยังมาเสียนักเตะไปอีก 1 คน นั่นก็คือ อเล็กซ์ ออกซ์เล็ด แชมเบอเลน

ที่ย้ายไปอยู่กับ ลิดเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ หลังจากเป็นข่าวกันอยู่นาน ในช่วงตลาดซัมเมอร์นี้ โดยก่อนหน้านี้ นักเตะก็ดูไม่มีใจกับต้นสังกัดอีกแล้ว

เพราะผลงานนั้นบ่งบอกอย่างชัดเจน และแสดงออกอย่างเต็มที่ว่า อยากจะสวมเสื้อสีแดงเพลิงขนาดไหน

และเรื่องนี้อาจเป็นอีกข้อหนึ่ง ที่สร้างความไม่พอใจให้แฟนบอล กริ้วโกรธกันมากขึ้นไปอีก เพราะผลงานก็ยังไม่ค่อยดี นักเตะก็ไม่มีมาเพิ่ม ถามยังปล่อยออกไปอีก

ตอนนี้ผู้บริหารสโมสร คงกำลังหาวิธีแก้ไขให้ ไอ้ปืนใหญ่ ผ่านสถานการณ์เลวร้ายนี้ไปให้จงได้ แต่อุปสรรคก้อนโตชิ้นนี้ คงไม่หายไปง่ายๆแน่

ตราบใดที่ผลงานในสนามยังไม่กระเตื้องขึ้น และ ผู้ชายที่ชื่อ อาร์แซน เวนเกอร์ ยังคงดำรงตำแหน่งผู้จัดการทีมต่อไป…

เวนเกอร์ ความอดทนมีขีดจำกัดหลังพ่ายลิเวอร์พูล

ก่อนจะพักเบรกเกมลีก เข้าสู่โปรแกรมทีมชาติ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เวนเกอร์ เกิดหายนะขึ้นที่แอนฟิลดิ์ รังเหย้าของหงส์แดง ลิเวอร์พูล

พูดมาขนาดนี้ทุกคนคงพอรู้ว่า หายนะที่เกิดขึ้นไม่ใช่เจ้าถิ่นแต่อย่างใด แต่เป็นผู้มาเยือนอย่างปืนใหญ่ อาร์เซนอล

ที่แพ้ลิเวอร์พูลไป 4-0 แบบหมดสภาพ ไม่เหลือทรงของทีมใหญ่ที่มีลุ้นแชมป์ลีกอยู่ทุกปี

แน่นอนว่าการแพ้ ลิเวอร์พูล แบบยับเยินในครั้งนี้ ส่งผลให้สาวกปืนโตออกมาสับทีมตัวเองแบบไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น ถ้าทีมแพ้แล้วเล่นดี

ยังเป็นสิ่งที่หลายคนอาจพอรับได้ แต่การแพ้ด้วยสภาพที่สู้ไม่ได้ รุกกันแบบไม่มีระบบ รับกันอย่างรั่วไหล ปล่อยให้3ประสานแนวรุกของหงส์แดง

ไม่ว่าจะเป็น ซาดิโอ มาเน่ , โรแบร์โต ฟีร์มิโน และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ประสานงานกันได้แบบไม่มีอุปสรรคอะไรมาขวางกั้น จนโดนไปถึง 4 เม็ด

สิ่งหนึ่งที่ชวนงุนงงเป็นไก่ตาแตก คือการจัดตัวผู้เล่นของ เจ๊เหี่ยว นั่นแหละ ไม่รุ้ว่าไปนอนฝันได้แผนนี้มาในคืนไหน หรือเกิดคึกอะไรขึ้นมา

อาจจะใช่ที่อาร์เซนอลเริ่มฟอร์มดีขึ้นด้วยการเปลี่ยนมาเล่นระบบ 3-4-3 ตั้งแต่ปลายฤดูกาลที่ผ่านมา ด้วยการคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ มาครองได้สำเร็จ

เวนเกอร์

เวนเกอร์ เมื่อความอดทนเริ่มเกินขีดจำกัด

แต่การดรอปกองหลังที่มีดีกรีระดับทีมชาติเยอรมันอย่าง ชโคดราน มุสตาฟี่ ไปนั่งตบยุงอยู่ข้างสนาม และส่ง ร็อบ โฮลดิ้ง ลงมาประจำการแทน ผลงานก็ตามที่เห็นกัน เละเป็นโจ้กครับ

มองไปที่แผงหลัง3คนของปืนใหญ่ ประกอบด้วย ร็อบ โฮลดิ้ง ,โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ และ นาโช่ มอนเรอัล ไอตัวที่เล่นได้มาตรฐานที่สุดก็คงเป็น

กอสซิแอลนี จะโทษเขาไม่ได้ เพราะเล่นดียังไง แต่แค่คนเดียวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ส่วนทางด้าน มอนเรอัล ตำแหน่งจริงๆของเขา

คือฟูลแบ็ค แต่จับมาเล่นกองหลังตัวกลาง นั่นจึงกลายเป็นจุดหนึ่งที่ส่งผลให้แนวรุกของลิเวอร์พูลทั้งสามคน ยืนยิ้มตั้งแต่ก่อนลงสนามเมื่อเห็นรายชื่อกองหลังของอาร์เซนอล

ยังไม่เท่านั้น การสลับเอา วิคตอร์ เบเยริน มาประจำการทางวิงแบ็คซ้าย จากปกติตำแหน่งเดิมคือฝั่งขวา รวมทั้งดรอป กองหน้าที่ซื้อมาเป็นสถิติสโมสรอย่าง ลากาแซตต์

แล้วส่ง แดนนีย์ เวลเบค ลงแทน ส่วนทางด้านมิดฟิลดิ์ตัวกลาง ก็มี กรานิต …